ดูแลป้องกันโรคหลอดเลือดขาตีบ

ลองสังเกตตัวเองว่าคราใดที่เดินเร็วๆ หรือเดินถือของหนักๆ จะมีอาการปวดน่องข้างขวาเมื่อเดินได้ราว 200 เมตร ถ้าฝืนเดินต่อ ก็จะปวดมากขึ้นจนแทบเดินกะเผลก ทำให้ต้องหยุดพักหรือเดินช้าๆ ก็จะทุเลาปวด ในใจก็คิดว่า น่าจะเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อน่องจากการขาดเลือด เพราะหลอดเลือดแดงขาตีบ ดังที่ทางแพทย์เรียกว่า “อาการปวดน่องจากการขาดเลือดเป็นพักๆ (intermittent claudication)”

การดูแลรักษาและป้องกันตนเองสำหรับโรคหลอดเลือดขาตีบ
1. ควบคุมโรคเรื้อรังที่เป็นให้ดี เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงหรือผิดปกติ โดยการรักษาอย่างจริงจัง กินยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะคอยติดตามตรวจเช็กอาการและภาวะที่อาจพบร่วม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
2. ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
3. ไม่สูบบุหรี่
4. กินอาหารสุขภาพ เน้นปลา ผัก และผลไม้ให้มาก ลดอาหารหวาน มัน เค็ม
5. หมั่นออกกำลังกายด้วยการเดิน เดินด้วยจังหวะที่เร็วพอควรจนเมื่อรู้สึกมีอาการปวดขาในระดับพอประมาณ ให้หยุดเดินจนกว่าจะหายปวด (ประมาณ 2-3 นาที) แล้วเดินต่อ เมื่อปวดอีก ก็หยุดพัก เดินๆ หยุดๆ เช่นนี้ติดต่อกันนาน 30-45 นาที สัปดาห์ละ 4-5 ครั้งเป็นอย่างน้อยจะช่วยให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อขาได้มากขึ้น สังเกตผลลัพธ์ที่เกิดขี้น คือสามารถเดินได้ระยะนานขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการในระยะแรกเริ่มคือมีเพียงอาการปวดขาเวลาเดินได้สักพัก โดยขาแข็งแรง ไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรง และยังไม่มีความผิดปกติอื่นๆ การออกกำลังกายด้วยการเดินยังช่วยควบคุมน้ำหนัก และโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ และยังส่งเสริมสุขภาพกาย จิตและสมอง
6. หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มสูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) ซึ่งนิยมใช้รักษาโรคหวัด คัดจมูก โรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเนื่องเพราะอาจทำให้หลอดเลือดตีบมากขึ้น ปวดขามากขึ้น
7. หมั่นดูแลเท้าไม่ไห้เกิดแผล (เช่น ระมัดระวังในการตัดเล็บ สวมใส่รองเท้าที่พอดีกับเท้า ระวังไม่ให้ถูกของมีคมบาด) เพราะหายยากเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง
8. หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีแผลที่เท้า เจ็บหน้าอก แขน-ขาชาหรืออ่อนแรง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
9. ถึงแม้ไม่มีอาการปวดขาเวลาเดิน ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจกรองโรคนี้ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
– มีอายุมากว่า 70 ปี
– มีอายุมากกว่า 50 ปี และเป็นเบาหวาน หรือสูบบุหรี่
– มีอายุน้อยกว่า 50 ปี แต่เป็นเบาหวานและปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน เป็นต้น
10. การป้องกัน หมั่นออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ มีน้ำหนักตัวปกติ มีโรคประจำตัวต้องรักษา กินอาหารสุขภาพ
/ขอบคุณ สสส